เรื่องราวของเลนส์ LEICA DG - เส้นทางสู่การปฏิวัติโลกแห่งการถ่ายภาพ

เรื่องราวของเลนส์ LEICA DG - เส้นทางสู่การปฏิวัติโลกแห่งการถ่ายภาพ

LEICA DG NOCTICRON 42.5mm / F1.2 ASPH. / POWER O.I.S.

เรื่องราวของเลนส์ LEICA DG - เส้นทางสู่การปฏิวัติโลกแห่งการถ่ายภาพ

1. เบื้องหลังการพัฒนา
ความเป็นมาของเลนส์เทเลโฟโต้ระยะกลาง

เลนส์ประเภทเทเลโฟโต้ครอบคลุมเลนส์ต่างๆ ในช่วง 80 มม. ถึง 100 มม. เริ่มจากเลนส์รุ่นเก่า Leica Thambar 90mm F2.2 ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีการเปิดตัวเลนส์อีกมากมายที่มาพร้อมคุณสมบัติการควบคุมโบเก้ เลนส์ประสิทธิภาพสูง 85 มม. มาพร้อมรูรับแสงขนาดใหญ่สำหรับถ่ายภาพบุคคล เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับช่างภาพมืออาชีพมาอย่างยาวนาน และเลนส์ประเภทนี้ ได้รับการออกแบบเทคโนโลยีการมองเห็นล่าสุด การเคลือบผิวเลนส์ที่ดีเยี่ยม รวมถึงเทคโนโลยีของกลไกต่างๆที่ก้าวล้ำยิ่งขึ้น และด้วยความสามารถอันโดดเด่น ทำให้เลนส์เหล่านี้ ครองในตลาดมาได้อย่างยาวนาน Nocticron 42.5mm F1.2 เป็นเลนส์เทเลโฟโต้ระยะกลาง มาพร้อมรูรับแสงขนาดใหญ่ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สัมผัสกับคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยม อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเลนส์ Leica DG

Leica 50mm Noctilux (F0.95) เป็นอีกหนึ่งเลนส์ ที่ถูกเรียกว่า เป็นเลนส์ที่ให้ความสว่างที่สุดในโลก เลนส์ 42.5 มม. รุ่นใหม่นี้ ถูกพัฒนาขึ้นโดย LUMIX สำหรับฟอร์แมต Micro Four Thirds ซึ่งให้ประสิทธิภาพด้านการทำงานออพติคอลในระดับเดียวกัน
Leica สงวนชื่อ "Nocti" สำหรับเลนส์ที่ดีที่สุดเท่านั้น และเลนส์ 42.5 มม. รุ่นใหม่ก็คู่ควรกับชื่อ Nocticron อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับการถ่ายภาพฟอร์แมต 35 มม. Noctilux คือเลนส์ที่ไม่มีใครเทียบได้ และ Nocticron คือสุดยอดเลนส์ในยุคดิจิตอลแห่งระบบ Micro Four Thirds

1. เบื้องหลังการพัฒนา
1/320 sec, F1.2, ISO 200 © Daniel Berehula

1/320 sec, F1.2, ISO 200
© Daniel Berehulak

2. วัตถุประสงค์ในการพัฒนา

1. ความยาวโฟกัสและรูรับแสงขนาดใหญ่ (ค่า F ต่ำ)
Nocticron ถูกออกแบบมา เพื่อเน้นการถ่ายภาพบุคคลเป็นหลัก ความยาวโฟกัสเทเลโฟโต้ระยะกลางที่ 42.5 มม. ให้มุมมองภาพที่สวยงาม และเบลอพื้นหลังอย่างเป็นธรรมชาติดูสบายตา หมดปัญหาความบิดเบี้ยวด้านมุมมองของภาพ และปราศจากการบีบอัดภาพที่เห็นได้ชัด ยิ่งค่า F สูง ระยะชัดลึกของภาพจะยิ่งตื้นขึ้น และการแยกตัวแบบที่อยู่ในโฟกัสจากพื้นหลังเบลอ จะมีขอบเขตกว้างมากขึ้น ค่า F1.2 สูง จึงได้ถูกเลือกเป็นสเปครูรับแสงของเลนส์รุ่นนี้

2. วัตถุประสงค์ในการพัฒนา

การถ่ายภาพบุคคลเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากสีหน้าท่าทางของตัวแบบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ การใช้งานที่ง่าย จึงเป็นคุณสมบัติสำคัญของเลนส์ Nocticron ซึ่งช่วยให้เข้าถึงสวิตช์ AF/MF และวงแหวนควบคุมไดอะแฟรมบนกระบอกเลนส์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากความสะดวกในการใช้งานแล้ว วัสดุที่เป็นโลหะ ยังบ่งบอกความเป็นพรีเมียมอีกด้วย

2. วัตถุประสงค์ในการพัฒนา

3. เป้าหมายด้านคุณภาพของภาพ
เมื่อถ่ายภาพบุคคล คุณย่อมต้องการถ่ายภาพตัวแบบบุคคลอย่างมีศิลปะ ซึ่งโดยปกติ คุณจะต้องการให้ใบหน้าดูโดดเด่นโดยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติท่ามกลางโบเก้สวยๆ ในส่วนโฟร์กราวด์และแบ็คกราวด์ ยกตัวอย่างเช่น ในขณะเล็งโฟกัสไปที่ดวงตาอย่างรวดเร็ว คุณย่อมต้องการให้โบเก้มีการไล่สีอย่างนุ่มนวลไปที่จมูกและผมของตัวแบบเช่นกัน เลนส์รุ่นนี้ ถูกพัฒนาขึ้นตามมาตรฐานด้านคุณภาพที่เที่ยงตรง และแม่นยำ ของ Leica DG เพื่อมอบความละเอียดคมชัด พร้อมโบเก้ที่ดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ เพื่อให้อิสระในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้อย่างโดดเด่น

กลไกวิศวกรรมด้านออพติคอล
การควบคุมสามารถทำได้ง่ายขึ้น ด้วยระบบโฟกัสภายใน ซึ่งช่วยให้น้ำหนักของชิ้นเลนส์ที่เคลื่อนที่ มีสมดุลดีขึ้น โครงสร้างภายในมีชิ้นส่วนออพติคอลล้ำสมัย เช่น เลนส์ large diameter aspherical เลนส์ ED และเลนส์ UHR รวมอยู่ในเลนส์ 11 กลุ่ม 14 ชิ้นเลนส์

1/250 sec, F1.2, ISO 400 © Mitchell Kanashkevich

1/250 sec, F1.2, ISO 400
© Mitchell Kanashkevich

4. เป้าหมายของคุณสมบัติอื่นๆ

4.1. การเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อโซลูชั่นออพติคอลโดยรวม
เลนส์ชิ้นบนสุด คือ เลนส์ UHR (Ultra-High Refractive Index) ถูกออกแบบมาเพื่อจับแสงให้มากที่สุด ช่วยลดความเพี้ยนของสี และเพิ่มประสิทธิภาพของโซลูชั่นออพติคอลโดยรวม ในขณะเดียวกัน ยังลดความเพี้ยน บริเวณขอบภาพลงอีกด้วย และจากนวัตกรรมการรวมชิ้นเลนส์แบบใหม่นี้ ทำให้ช่วยลดปัญหาความคลาดเคลื่อนของสีที่เกิดจากเลนส์เป็นอย่างดี

4.1. การเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อโซลูชั่นออพติคอลโดยรวม

4.2. การถ่ายภาพโบเก้ให้สวย มีสไตล์
ถึงแม้ว่า เลนส์ aspherical ไม่ค่อยใช้ กับการถ่ายภาพ ระยะไกล และการถ่าภาพ ระยะกลาง แต่เลนส์รุ่นนี้ได้รวมเลนส์ ทั้ง 2 ชิ้น ไว้ด้วยกัน โดยช่วยให้การเบลอนอกโฟกัสเกิดขึ้นทีละน้อยและสวยงามยิ่งขึ้น อีกทั้งยังแทบไม่เห็นเอฟเฟ็กต์ความคลาดทรงกลมในโฟกัส ผลลัพธ์ที่ได้คือ ประสิทธิภาพการถ่ายทอดภาพได้อย่างเหนือชั้นพร้อมโบเก้ที่ดูสวยมีสไตล์ แม้แต่ในขณะที่รักษาความละเอียดในโฟกัส จะมีการปรับความคลาดทั้งหลังและหน้าระยะชัดลึกให้มีการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยอย่างสวยงาม ส่วนการเบลอที่ด้านหน้าและหลังจะดูนุ่มนวลและได้สมดุล

4.3. เลนส์ ED ชนิด Meniscus ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเลนส์ยิ่งขึ้น
ส่วนโค้งทั้งสองด้านของ ชิ้นเลนส์ ED ชนิด Meniscus ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเลนส์ โดยจะช่วยลดความเพี้ยนของสีเดิม และลดความโค้งบริเวณขอบเฟรม รวมถึงแสงแฟลร์ได้เป็นอย่างดี

4.4. ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Dual - Dual I.S.2
การแสดงภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเลนส์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ การโฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและแม่นยำ รวมถึง การแก้ไขการสั่นของกล้องอย่างมีประสิทธิภาพ
เลนส์รุ่นนี้มาพร้อมกับการเข้ารหัสในตัว ทั้งยังมีระบบ ขับเคลื่อนโฟกัสอัตโนมัติที่มีความเร็วสูงถึง 240 fps และคอนทราสต์สูง นอกจากนี้ ระบบ Power O.I.S. ยังสามารถรองรับภาพที่มีการเคลื่อนไหวที่ช้า ไปจนถึงรวดเร็ว ได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น เลนส์ตัวนี้ยังสามารถใช้ได้กับบอดี้กล้อง ที่มีระบบกันสั่น แบบ Dual I.S.2 ในตัวอีกด้วย โดยทั้งสองจะสามารถทำงานประสานกันได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ได้ภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ด้วยเทคนิคที่น่าทึ่ง ผสานกับความสามารถทางออพติคอลที่ยอดเยี่ยม ทำให้ได้ภาพที่สวยงามที่สุด นอกจากนี้ เลนส์รุ่นนี้ ยังประกอบไปด้วยแผ่นไดอะแฟรม 9 กลีบ (the nine-iris diaphragm) และฮู้ดอลูมิเนียมแบบบางพิเศษเพื่อลดแสงสะท้อน โดยทุกองค์ประกอบสร้างสรรค์มาเพื่อช่วยให้คุณได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากเลนส์ Leica DG ระดับไฮเอนด์รุ่นนี้

4.4. ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Dual - Dual I.S.2

[หมายเหตุทางเทคนิค #1]
ศักยภาพเกิดขึ้นจริงได้ ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล
ชิ้นเลนส์บนสุดของ Nocticron 42.5mm F1.2 คือเลนส์ Ultra High Refractive Index ที่มาพร้อมความสามารถในการรวมแสงอย่างดีเยี่ยม เลนส์ UHR (Ultra-High Refractive Index) มีศักยภาพสูงในการจัดการเอฟเฟ็กต์ความพี้ยน แต่ไม่ได้รับความนิยมมาเป็นเวลานาน เนื่องจากเลนส์ชนิดนี้มีสีเหลืองซึ่งเปลี่ยนสีภาพที่มองเห็นผ่านช่องมองภาพออพติคอลแบบ Single-Lens Reflex อย่างไรก็ตาม ความเพี้ยนของสีในกล้องดิจิตอล สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดายด้วยการประมวลผลแบบดิจิตอล ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีที่นำเอาชิ้นเลนส์ UHR ไว้อยู่บนสุดนี้ เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับการถ่ายภาพดิจิตอล

[หมายเหตุทางเทคนิค #2]
โบเก้ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปมองเห็นได้ด้วยสายตาปกติ
ในชีวิตประจำวัน คนเราจะเห็นแต่สิ่งที่อยู่ในโฟกัสและไม่ได้ตระหนักถึงโบเก้ การเบลอนอกโฟกัสที่เห็นกันในภาพถ่ายนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรามองเห็นโลกตามปกติอย่างไร ในภาพถ่าย ดูเหมือนว่าดวงตาจะต้องการให้รูปทรงต่างๆ โดดเด่นออกมาจากพื้นหลังอย่างชัดเจนที่สุด หากมีตัวแบบที่เด่นชัด จุดแสงที่เลือนราง—ซึ่งก็คือ โบเก้ที่นุ่มนวล—จะช่วยให้ภาพดูเป็นธรรมชาติ โบเก้ที่เป็นธรรมชาติเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายภาพ ซึ่งช่วยสื่อความรู้สึกในเชิงบวกและลบเกี่ยวกับตัวแบบและยังถ่ายทอดฉากต่างๆ ได้อย่างเข้าถึงอารมณ์