ความลับของการซักที่สะอาดหมดจด

ความลับของการซักที่สะอาดหมดจด

คุณจะใช้แปรงสีฟันที่สกปรกแปรงฟันคุณหรือไม่ ไม่อย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพของคุณ เช่นเดียวกัน เครื่องซักผ้าที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอย่อมไม่ดีต่อสุขภาพของเสื้อผ้าของคุณ ปฏิบัติตามเคล็ดลับง่ายๆ ดังต่อไปนี้เพื่อให้ได้การซักที่สะอาดหมดจดและยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้าของคุณ

lm_1_1_lc_1_151110

ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าของคุณ

เมื่อการใช้งานที่สมบุกสมบันผ่านพ้นไป เครื่องย่อมต้องการการทำความสะอาดบ้างตามช่วงเวลาเพื่อขจัดเชื้อรา คราบสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ตกค้างจากเสื้อผ้าที่สกปรกของคุณ

การทำความสะอาดเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า

lm_1_1_lc_2_151110

ทำความสะอาดวงแหวนฝาเปิด

วงแหวนฝาเปิดกักเก็บความชื้นที่อาจก่อให้เกิดเชื้อรา ทำความสะอาดยางวงแหวนฝาเปิดด้วยผ้าสะอาดและน้ำอุ่นผสมสบู่ อย่าลืมเช็ดส่วนใต้วงแหวนและบริเวณโดยรอบด้วย

lm_1_1_lc_3_151110

ทำความสะอาดตัวจ่ายต่างๆ

ผงซักฟอกตกค้างอาจก่อให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ขัดทำความสะอาดตัวจ่ายให้สะอาด ใช้แปรงทำความสะอาดแบบยาวเพื่อเข้าถึงทั่วทั้งร่องตัวจ่ายต่างๆ

lm_1_1_lc_4_151110

เดินรอบการทำความสะอาด

เดินรอบการทำความสะอาดเครื่องโดยใช้น้ำอุ่น ตั้งค่าเวลาให้นานที่สุด และทำซ้ำอีกรอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

การทำความสะอาดเครื่องซักผ้าแบบฝาบน

lm_1_1_lc_5_151110

เช็ดด้านในและด้านนอก

ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์นุ่มและน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ในการเช็ดด้านนอกและด้านในของถังซัก อย่าลืมเช็ดตามร่องต่างๆด้วย

lm_1_1_lc_6_151110

ทำความสะอาดตัวจ่ายต่างๆ

เครื่องแบบฝาบนก็เช่นเดียวกับแบบฝาหน้า ที่เกิดความสกปรกจากผงซักฟอกตกค้างภายในตัวจ่าย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ทำความสะอาดอย่างทั่วถึง ขัดถูทุกช่องมุมแล้ว

lm_1_1_lc_7_151110

ทำความสะอาดถังซัก

สุดท้ายนี้ เดินรอบการซักและล้างน้ำ เครื่องซักผ้าแบบฝาบนมีแนวโน้มที่จะมีความสกปรกได้มากกว่า ดังนั้นจึงควรใช้น้ำร้อนเพื่อการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำซ้ำอีกครั้งหากจำเป็น

ใช้เคล็ดลับดีๆ เหล่านี้

lm_1_1_lc_8_151110

ความชื้นเป็นสาเหตุต้นตอของเชื่อราและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ควรทำให้เครื่องของคุณแห้งระหว่างรอบการซักด้วยการเปิดฝาหรือบานประตูไว้ 1-3 ชม. เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องได้รับอากาศถ่ายเทเพียงพอ

lm_1_1_lc_9_151110

เติมเบกกิ้งโซดาที่ตัวจ่ายและเทน้ำส้มสายชูลงในถังซัก เดินรอบการซักด้วยการตั้งค่าน้ำร้อนสูงสุด การทำเช่นนี้จะช่วยฆ่าเชื้อโรคในเครื่องซักผ้าของคุณและขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ

ควบคุมการหดของผ้า

เสื้อผ้าจากที่พอดีตัวจนตอนนี้เริ่มพอดีตัวเกินไปแล้วหรือไม่ ควบคุมการหดของเสื้อผ้าของคุณโดยใช้เคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้:

lm_1_1_lc_10_151110

อ่านฉลาก

ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากที่เสื้อผ้าของคุณ ฉลากส่วนใหญ่จะมีข้อมูลเพื่อการทำความสะอาดอย่างถูกต้องที่จะช่วยจำกัดการหดของเสื้อผ้าได้

lm_1_1_lc_11_151110

ปรับการตั้งค่าตัวเป่าแห้ง

สาเหตุหลักของการหดของเสื้อผ้าคือความร้อน ทำให้เสื้อผ้าของคุณแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำและหลีกเลี่ยงการตั้งค่าแบบใช้งานหนัก

lm_1_1_lc_12_151110

หากเสื้อผ้าของคุณหดขณะซัก

กางเสื้อผ้าออกให้อยู่ในขนาดเดิมบนโต๊ะรีดผ้า ใช้เข็มหมุดยึดขนาดและรูปทรงไว้จากนั้นใช้เตารีดไอน้ำรีดและปล่อยไว้ให้แห้ง

ข้อควรทำและข้อห้ามทำในการซัก

lm_1_1_lc_13_151110

เรียนรู้การทำงานของเครื่องของคุณ

การซักที่มีประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อคุณรู้จักเครื่องของคุณเป็นอย่างดี อ่านคู่มือผู้ใช้งานให้ละเอียดถี่ถ้วนและทำความคุ้นเคยกับการทำงานต่างๆ ของเครื่องเมื่อคุณซื้อเครื่องซักผ้าเครื่องใหม่เสมอ

lm_1_1_lc_14_151110

ซักด้วยน้ำเย็นหากเป็นไปได้

การใช้น้ำร้อนนั้นเพียงเพื่อการขจัดคราบหนัก สำหรับการซักทั่วไป ควรใช้น้ำเย็นเสมอ ซึ่งไม่เป็นภาระหนักต่อเสื้อผ้าและช่วยปกป้องความใหม่และประกายสดใส

lm_1_1_lc_15_151110

ไม่ใช้งานเครื่องซักผ้าของคุณหนักเกินไป

เสื้อผ้าควรจะได้ขยับอย่างอิสระในน้ำเพื่อให้คราบและสิ่งสกปรกต่างๆ ถูกขัดออกไป ผ้ายิ่งมีจำนวนมากเท่าไร ยิ่งทำให้การได้รับน้ำและผงซักฟอกน้อยลงเท่านั้น

lm_1_1_lc_16_151110

ไม่ควรซักทุกอย่างพร้อมๆ กัน

เนื้อผ้าบางชนิดสีตกแม้ผ่านการซักมาหลายครั้งแล้ว จะเป็นการดีที่สุดหากคุณแยกผ้าสีและผ้าขาวออกจากกันก่อนการซัก