พานาโซนิคมีการใช้งานคุกกี้บนเว็บไซต์นี้ ซึ่งคุกกี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้และการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล. ตกลง อ่านเพิ่มเติม

฿ #,###.00 000 010 //panasonic-thailand.ibrandiq.com/th/Widgets/Fluid/{0} //panasonic-thailand.ibrandiq.com/Products/MultipleInStock/Fluid/{0}

เลือกสี
Retail Sales Price: SHOP NOW Buy from Panasonic Where to Buy

ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายทำทางอากาศด้วย LUMIX BGH1

ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายทำทางอากาศด้วย LUMIX BGH1

ให้ผลลัพธ์ภาพวิดีโอที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะถ่ายทำบนอากาศหรือภาคพื้นดิน: Digicopter คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพและการถ่ายทำทางอากาศชาวเยอรมัน ประกอบด้วย Martin Rinderknecht, Johannes Heine และ Nikolaj Georgiew พวกเขาถ่ายฟุตเทจสำหรับมิวสิกวิดีโอ โฆษณา ละครทีวี และภาพยนตร์ และเมื่อเร็วๆ นี้ พวกเขาได้มีโอกาสทดสอบความสามารถของ LUMIX BGH1 และรู้สึกทึ่งกับผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างมาก พวกเขาเอ่ยว่า "กล้องนี้มีสมรรถนะสูง คุณไม่ต้องกังวลอะไรเลย เพราะกล้องตัวนี้จะช่วยให้งานเสร็จลุล่วงได้ง่ายๆ และยังมีน้ำหนักเบา กะทัดรัด และทนทาน ส่วนคุณภาพของภาพก็ยอดเยี่ยมมาก"

Martin ได้ก่อตั้ง DIGICOPTER® เมื่อ 11 ปีก่อน ถึงแม้บริษัทจะตั้งอยู่ในเมืองฮันโนเฟอร์ แต่ทีมงานนั้นทำงานจากทั่วทุกมุมโลก โดย Martin เป็นทั้งนักบินและ CEO ส่วน Johannes และ Nikolaj เป็นช่างภาพ สำหรับคำอธิบายที่เหมาะสมกับทีมนี้ ก็เห็นจะเป็นวลี ‘เด็กผู้ชายกับของเล่น’ พวกเขาสร้างชุดอุปกรณ์กล้องสำหรับถ่ายทำของตัวเอง ซึ่งเหมาะกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะถ่ายบนภาคพื้นดินหรือทางอากาศ พวกเขามีทั้งชุดอุปกรณ์และเครื่องมือกลไกต่างๆ ตั้งแต่รถ Segway และโดรนที่ทนทานไปจนถึงเฮลิคอปเตอร์ มั่นใจได้เลยว่า ภาพที่พวกเขาบันทึกภาพ จะเป็นภาพที่ดีที่สุดเสมอ

Panasonic LUMIX DC-BGH1 เป็นกล้องระบบ Micro Four Thirds (MFT) แบบ ‘Box-Style’ ที่ออกแบบมาเพื่อการถ่ายวิดีโอแบบเคลื่อนที่ ตัวกล้องมีเซ็นเซอร์ Micro Four Thirds 10.2MP พร้อมเทคโนโลยี Dual Native ISO เหมือนกับกล้อง LUMIX GH5s ยอดนิยมที่ Digicopter เคยใช้งานมาก่อนหน้า BGH1 พวกเขาบอกว่า ‘GH5s เยี่ยมมาก แต่ประกอบด้วยฟังก์ชันสองอย่างคือ การถ่ายภาพและการบันทึกภาพเคลื่อนไหว ดังนั้น LUMIX BGH1 จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการบันทึกภาพเคลื่อนไหวมากกว่า เนื่องจากกล้องไม่มีฟังก์ชันถ่ายภาพที่ไม่จำเป็น

พวกเรามีความกระตือรือร้นที่จะทดลองใช้กล้องรุ่นนี้ ตั้งแต่วินาทีที่มีการเปิดตัว และหลังจากที่ได้ทดลองใช้ เราพบว่าตัวกล้องมีน้ำหนักเบา กะทัดรัด และทนทาน เสมือนว่ากล้องตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับการบันทึกภาพเคลื่อนไหวหรือภาพทางอากาศ และยังสามารถนำไปใช้กับการถ่ายทำรูปแบบต่างๆได้อีกด้วย "คุณสมบัติ และผลลัพธ์ที่ได้จากกล้องนี้ ยอดเยี่ยมมาก อีกทั้งยังมีข้อดีมากมายอีกด้วย เมื่อใช้งานรวมกับเซ็นเซอร์ของ GH5s ช่วยให้ได้คุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมมาก แม้กระทั่ง คุณภาพของวิดีโอในสภาวะที่มีแสงน้อย (ISO สูง) นั้นก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ทุกครั้งที่เรามีการถ่ายทำงานตอนกลางคืน ลูกค้ามักกังวลใจเสมอว่ากล้องตัวนี้ จะสามารถใช้ถ่ายภาพตอนกลางคืนได้จริงๆใช่ไหม ซึ่งพูดได้เลยว่า แม้เราใช้ ISO สูงถึง 5000 คุณภาพของภาพก็ยังคงดีอยู่ และแทบไม่มีจุดรบกวนในฟุตเทจเลย"

การบันทึกภายในแบบ 10 บิต ช่วยให้เรามั่นว่าข้อมูลภาพที่ได้จะสมบูรณ์และมีการไล่ระดับสีที่ราบรื่นสำหรับขั้นตอนหลังการถ่ายทำ นอกจากนั้นยังสามารถ Live สดผ่าน HDMI หรือ 3G-SDI ได้อีกด้วย โดย BGH1 รองรับการบันทึกวีดีโอแบบ Anamorphic และการดูจอมอนิเตอร์แบบจอกว้าง, Genlock IN, Timecode IN/OUT ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถบันทึกวีดีโอแบบไม่จำกัดเวลาในทุกๆการตั้งค่าอีกด้วย อีกทั้งสามารถควบคุมกล้อง BGH1 หลายตัวได้จากระยะไกลผ่าน Ethernet ด้วยแอป LUMIX Tether และขณะที่จ่ายไฟกล้องทุุกตัวผ่าน PoE+ คุณสามารถควบคุมกล้องด้วยแอปและชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้งานผ่าน USB-C ได้เช่นกัน ส่วนระบบกระจายความร้อนช่วยให้สามารถบันทึกภาพได้แบบไม่จำกัดเวลาและทำให้เซ็นเซอร์มีประสิทธิภาพเหมาะสมที่สุด

ทีมนักสร้างสรรค์ Digicopter ได้ใช้ LUMIX BGH1 ถ่ายทำสื่อสำหรับโฆษณา รวมถึงภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Til Schweiger ที่ชื่อว่า ‘Die Rettung der uns bekannten Welt’ พวกเขาใช้เวลาอยู่พักหนึ่งในการทำความคุ้นเคยกับกล้องที่ไม่มีหน้าจอ แต่พวกเขายังพูดว่า "กล้องตัวนี้ใช้งานได้สะดวกจริงๆ และการไม่มีหน้าจอก็จะช่วยประหยัดพลังงานที่จะใช้ในการถ่ายทำอีกด้วย เราได้ลองใช้โหมดต่างๆ เพื่อถ่ายภาพให้ออกมาดูดีที่สุดในบรรยากาศที่เหมาะสม ซึ่งโหมด Creative นั้นใช้งานได้ดีที่สุดสำหรับเรา ในโหมดนี้ กล้องจะจดจำการตั้งค่าส่วนตัวของคุณทั้งหมด จึงช่วยประหยัดเวลา และป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในฉากหรือระหว่างการผลิต" แม้จะมีกล้องฟูลเฟรมวางจำหน่ายในตลาดมากขึ้น แต่ทาง Digicopter ก็ยังคงเลือกใช้กล้องระบบ Micro Four Thirds เพราะกล้องฟูลเฟรมนั้น ไม่จำเป็นสำหรับการถ่ายภาพฟุตเทจสำหรับพวกเขา

ดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ คุณภาพของภาพนั้นยอดเยี่ยม และขนาดของภาพก็เพียงพอสำหรับภาพยนตร์แล้ว "ข้อพิสูจน์ก็คือ การที่ Netflix Post Technology Alliance อนุมัติให้กล้อง BGH1 เป็นกล้องหลักสำหรับการถ่ายทำเมื่อไม่นานมานี้ การอนุมัตินี้ทำให้ BHG1 เป็นกล้องระบบ Micro Four Thirds ที่ได้รับการยอมรับสำหรับการถ่ายทำผลงานของ Netflix ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เนื่องจากกล้องวิดีโออื่นๆ มากมายยังไม่ได้รับการอนุมัติสำหรับการผลิตรายการแบบ Netflix Originals ซึ่งจะต้องใช้การถ่ายทำอย่างน้อย 90% ด้วยกล้อง และการตั้งค่าที่ได้รับการอนุมัติแล้ว เพื่อให้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่เนื้อหา ซึ่งกล้องขนาดเล็กตัวนี้ก็ใช้ได้ผลและมอบคุณภาพล้ำสมัยตามต้องการ ทำให้ยิ่งน่าพอใจขึ้นไปอีก ยิ่งไปกว่านั้น ถือเป็นเรืองน่าประทับใจมาก ที่กล้องในช่วงราคานี้ สามารถเทียบชั้นหรือใช้ร่วมกับอุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีราคาสูงกว่าได้"

DIGICOPTER

DIGICOPTER®

ด้วยประสบการณ์หลายปี ทำให้ DIGICOPTER® ที่อยู่ในฮันโนเฟอร์เป็นหนึ่งในทีมที่เก่งที่สุดในด้านการถ่ายทำทางอากาศระดับมืออาชีพสำหรับฟิล์ม ภาพยนตร์ และทีวี พวกเขาสร้างสรรค์ฟุตเทจภาพยนตร์ทางอากาศที่มีคุณภาพสูงสำหรับภาพยนตร์ วิดีโอ โฆษณา และสารคดีนานาชาติในสถานที่ทุกแห่งทั่วโลก ทีม Digicopter ประกอบด้วย Martin Rinderknecht ผู้เป็นทั้ง CEO และนักบิน รวมถึง Johannes Heine และ Nikolaj Georgiew ที่เป็นช่างภาพ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์กว่า 300 เรื่องสำหรับลูกค้าหลายราย เช่น Action Concept, Baerfoot, Dreamworks, Warner Bros., Polyphonic, Bavaria Film, Network Movie, Pantaleon Film, Studio Hamburg, ARD, ZDF, NDR, RTL และอีกมากมาย

เยี่ยมชมเว็บไซต์ DIGICOPTER

พานาโซนิคมีการใช้งานคุกกี้บนเว็บไซต์นี้ ซึ่งคุกกี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้และการตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล. ตกลง อ่านเพิ่มเติม